วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

วิธีปลูกว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาและการรักษาผิวพรรณมากมาย เป็นที่นิยมนำมาใช้รักษาโรคเบื้องต้น โดยเฉพาะแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แผลอักเสบ จึงเป็นพืชที่ควรมีปลูกไว้ในสวนหลังบ้าน เวลาต้องการใช้จึงจะหาได้สะดวก

กรรมวิธีการปลูกว่านหางจระเข้ ไม่ยากเลย เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแดดมาก ต้องวางไว้ในที่แดดส่องถึง 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ว่านหางจระเข้ชอบที่แห้งและอบอุ่น ไม่ชอบความชื้นและอากาศหนาวเย็น จึงเจริญเติบโตดีในช่วงหน้าร้อน และไม่ต้องกังวลเรื่องการรดน้ำ

การปลูกว่านหางจระเข้สามารถปลูกได้ทั้งโดยหน่อและกาบใบโดยการชำ แต่กาบใบปลูกยากกว่าหน่อ คนจึงนิยมปลูกโดยแยกหน่อจากต้นเดิมมาปลูกในกระถางใหม่



หน่อว่านหางจระเข้

ควรเลือกหน่อที่ไม่เล็กเกินไป จากต้นหลัก ที่มีกาบใบอย่างน้อย 4 ใบ มีความสูงพอควร และต้องมีรากติดมาด้วย

การเลือกกระถาง

ต้องเป็นกระถางที่มีรูระบายน้ำ เพราะถ้าระบายน้ำไม่ดี ดินจะอุ้มน้ำ ทำให้รากเน่าได้ โรยกรวดไว้ที่ก้นกระถางด้วยเพื่อช่วยระบายน้ำ

การเตรียมดิน 

แม้หางจระเข้จะชอบน้ำ แต่ก็ไม่ชอบให้น้ำขัง เพราะรากจะเน่าได้ ดินที่ปลูกจึงต้องระบายน้ำดี ควรเป็นดินร่วนซุยหรือดินปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี หรือดินที่ใช้ปลูกต้นกระบองเพชร เมื่อเตรียมดินใส่กระถางแล้ว ให้ขุดหลุมเล็กๆ กลางกระถาง วางหน่อที่เตรียมไว้ลงไป เติมดินรอบโคนหน่อ แล้วรดน้ำ จนชุ่มแต่อย่าให้โชกเกินไป วางกระถางทิ้งไว้ในที่แดดส่องถึง

การดูแลหลังปลูก 

ในระยะหนึ่งเดือนแรกควรวางกระถางไว้ในที่ร่ม และอย่ารดน้ำ เพราะว่าเป็นช่วงที่ว่านหางจระเข้กำลังฟื้นตัวแตกรากใหม่

ว่านหางจระเข้ไม่ต้องการการดูแลมาก เนื่องจากเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำมาก ควรรดน้ำสัปดาห์ละครั้ง หรือสองสัปดาห์ครั้ง การรดน้ำมากเกินไปอาจทำให้รากเน่าหรือเป็นเชื้อราได้ การบำรุงโดยให้ปุ๋ย ควรให้ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงของการเจริญเติบโต ควรโรยกรวดหรือเปลือกหอยไว้บนหน้าดินเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดิน และควรวางกระถางไว้ในที่ที่แดดส่องถึงทั้งวัน

ในกระถางใบหนึ่งควรปลูกหางจระเข้าเพียงต้นเดียว ถ้าใหญ่เกินกระถางควรเปลี่ยนกระถางเพื่อให้เติบโตเต็มที่ ควรเปลี่ยนดินใหม่ด้วย เพราะดินเก่าขาดธาตุอาหารและความสมบูรณ์ไปแล้ว และควรแยกหน่อที่ขึ้นจากต้นใหญ่ออกไปปลูกในกระถางใหม่ เพื่อไม่ให้แย่งอาหารกัน และทำให้ต้นว่านหางจระเข้มีกาบใบใหญ่เติบโตเต็มที่

การตัดใบว่านหางจระเข้มาใช้ทั้งใบควรตัดจากใบล่างก่อนตามลำดับ เพราะเป็นใบที่เติบโตได้ดี มีความสมบูรณ์ และเวลาตัดก็ระวังอย่าตัดถูกลำต้น การดูแลไม่ยาก และประโยชน์สารพัดอย่างนี้ ควรหามาปลูกไว้ในครัวเรือน เป็นสมุนไพรใกล้มือนะคะ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น